กฟผ.ชูโอเพ่นซอร์ส'ลดต้นทุน

กรุงเทพธุรกิจ - การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ส่งมอบเงินครึ่งล้านบาทถึงมือเนคเทค หนุนภารกิจพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สให้เหมาะสมกับองค์กรขนาดใหญ่ ด้าน 20 ภาคเอกชนเตรียมประกาศความสำเร็จทางธุรกิจในงานมหกรรมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ครั้งที่ 10

นางชนิกา เหมะพรรณ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการเทคโนโลยีสารสนเทศ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้มอบเงินทุน 5 แสนบาทให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในภาคธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่

กฟผ.ถือเป็นต้นแบบองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้โปรแกรมโอเพ่นซอร์สมากที่สุด โดยเริ่มต้นเมื่อปี 2549 ด้วยระบบปฏิบัติการลีนุกซ์บนคอมพิวเตอร์พีซี ขยายสู่โอเพ่นออฟฟิศ ปัจจุบันพีซี 1 หมื่นเครื่องของ กฟผ. ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 30% โอเพ่นออฟฟิศ 70%

"เราฝึกอบรมบุคลากรให้รู้จักการใช้งานโอเพ่นซอร์ส กระทั่งปัจจุบันพนักงานกว่า 70% คุ้นเคยกับการใช้งานโอเพ่นซอร์ส และมองว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวช่วยให้องค์กรประหยัดค่าใช้ง่ายจากการใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องซื้อซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และยังลดค่าบำรุงรักษาที่สูงขึ้นทุกวัน ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาไอทีของ กฟผ.อีกด้วย"

นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ ซึ่งใช้ในโรงเรียนและหน่วยงานขนาดย่อม มาจนถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ออฟฟิศระบบเปิดเพื่อใช้ในองค์กรและชุมชน และปัจจุบันซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเริ่มนำมาประยุกต์ให้เข้ากับภาคธุรกิจมากขึ้น

"ปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นโอเพ่นซอร์ส เกิดจากพันธนาการทางความคิด ที่มองว่าโอเพ่นซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่มีเจ้าของ ไม่มีการดูแลรักษาและอัพเกรดตามระบบปฏิบัติการที่ทันสมัยขึ้น แต่แท้จริงแล้วโอเพ่นซอร์สเป็นซอฟต์แวร์ที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานได้ โดยมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์กว่า 80%"

ดังนั้น ความสำเร็จของ กฟผ.ที่ใช้งานโอเพ่นซอร์ส แสดงให้เห็นว่าโอเพ่นซอร์สสามารถประยุกต์ใช้งานกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ตลอดจนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนซอฟต์แวร์ระบบเปิดอย่างแอนดรอยด์ จะช่วยให้โอเพ่นซอร์สได้รับความสนใจและใช้งานมากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ เนคเทคจะจัดงาน "มหกรรมซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สประเทศไทย ครั้งที่ 10" วันที่ 30 ก.ย.-1 ต.ค. ที่ สถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ โดยรวบรวมธุรกิจซอฟต์แวร์เอกชนไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท นำเสนอผลงานการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเพื่องานบริการ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในองค์กร เช่น ซอฟต์แวร์ ERP สำหรับบริหารจัดการในภาคธุรกิจ และระบบโทรศัพท์ VOIP ที่พัฒนาขึ้นจากซอฟต์แวร์ระบบเปิด ซึ่งสร้างรายได้ให้บริษัทถึง 10 ล้านบาทต่อปี