โอเพนซอร์ซไทยตีปีก ได้เวลาชุบชีวิตใหม่มุ่งสู่ธุรกิจบริการสร้างรายได้แบบยั่งยืน

ฐานเศรษฐกิจ - ผู้ประกอบการโอเพ่นซอร์สไทย คลำทางถูก มองหาโอกาสสร้างรายได้แบบหยั่งยืนจากธุรกิจบริการ ชี้องค์กรกลาง-ใหญ่ รับแรงกดดันเศรษฐกิจ แหปรับระบบมากขึ้น "โอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์" รับงานที่ปรึกษาการบินไทย เลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ด้าน"ไอซ์ โซลูชั่น" ชี้ตลาดคอร์ปอเรตโต ชี้ทางรัฐกระตุ้นระดับรากหญ้า เริ่มจากส่งเสริม อบต. อบจ. ใช้โอเพ่นซอร์ส

นายสัมพันธ์ ระรื่นรมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโอเพนซอร์สดิเวลอปเมนต์ จำกัด เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ทุกวันนี้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทยมีความเข้าใจแนวทางอยู่รอดแบบหยั่งยืนจาก การทำธุรกิจบนซอฟต์แวร์เปิดเผยรหัสข้อมูลหรือโอเพ่นซอร์ส โดยขณะนี้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย เริ่มหันมามุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจบริการบนซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส มากกกว่าพัฒนาระบบงานหรือแอพพลิเคชั่นขึ้นมาเอง เนื่องจากปัจจุบันทั่วโลกมีการพัฒนาระบบงานหรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นโอ เพ่นซอร์สออกมาเป็นจำนวนมาก

ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจาก ปัญหาขององค์กรต่างๆที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้ซอฟต์แวร์

ที่เป็นโอเพ่นซอร์ส แต่ไม่สามารถเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของตัวเอง จึงมีความต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำ หรือให้คำปรึกษา อีกทั้งยังมีความต้องการบริการติดตั้งซอฟต์แวร์ บริการความช่วยเหลือ และบริการฝึกอบรมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สให้กับเจ้าหน้าที่หรือ พนักงานในองค์กร ซึ่งจากความต้องการเหล่านี้เปิดโอกาสเปิดช่องทางให้กับผู้ประกอบการ ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สสร้างรายได้แบบยั่งยืนในการให้บริการมากกว่าการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ขึ้นมา"

ส่วนแนวโน้มการเติบโตของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในไทยนั้นปีนี้เริ่มเห็นแนว โน้มการเติบโตชัดเจน โดยองค์กรขนาดใหญ่มีการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมากขึ้น ภายหลังจากที่ได้เห็นความคุ้มค่าในการใช้งาน ซึ่งองค์กรที่เป็นตัวอย่างของการนำโอเพ่นซอร์สไปใช้แล้วประสบความสำเร็จมาก สุด คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่มีสามารถช่วยให้กฟผ.ประหยัดค่าใช้จ่ายการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ได้ประมาณ 500 ล้านบาท

นอกจากนี้จากภาวการณ์ชะลอตัวทางเศรษฐกิจยังเป็นแรงกดดันให้องค์กรจำเป็น ต้อง ลดค่าใช้จ่าย ซึ่งการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีการคิดค่าไลเซ่นนั้นเมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น ก็ต้องซื้อไลเซ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นด้วย ขณะที่องค์กรขนาดกลางและเล็กนั้นค่อนข้างมีความกังวลเกี่ยวกับมาตรการปราบ ปรามซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งที่ผ่านมาใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เกือบทั้งหมด ทำให้ส่วนหนึ่งเริ่มหันมามองซอฟต์แวร์ทางเลือกที่เป็นโอเพ่นซอร์ส

นายสัมพันธ์ กล่าวต่ออีกว่าในส่วนของบริษัทนั้นรูปแบบธุรกิจค่อนข้างชัดเจน โดยมุ่งไปยังการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเป็นหลัก เริ่มต้นตั้งแต่การให้บริการคำปรึกษาการเลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สให้ เหมาะสมกับธุรกิจ บริการปรับแต่งซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่มีอยู่ให้ตรงกับคาวมต้องการทางธุรกิจ ลูกค้า บริการในการเปลี่ยนแปลงระบบของลูกค้ามาสู่ระบบที่เป็นโอเพ่นซอร์ส เริ่มตั้งแต่การประเมินวางแผน ติดตั้ง การฝึกอบรม และการสนับสนุนหลังการขยาย

สำหรับโครงการหลักที่สำคัญปีนี้ คือ การให้บริการคำปรึกษากับบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) ในการประเมิน และเลือกใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ที่เหมาะสม โดยได้มีการดำเนินการเปรียบเทียบการใช้งานโปรแกรมยอดนิยมที่มีค่าใช้จ่าย ด้านลิขสิทธิ์ กับโปรแกรมที่เป็นโอเพ่นซอร์ส อาทิ โปรแกรมจัดการงานสำนักงาน ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ กับโปรแกรมโอเพ่นออฟฟิศ ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส โปรแกรมแสดงภาพ ACDSee กับ โปรแกรม Xnview ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส โปรแกรมตกแต่งภาพ โฟโต้ช็อป กับ กิมส์ (Gimp) ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส และโปรแกรมบีบอัดข้อมูล(ไฟล์) วินซิป กับ เซเว่นซิป ซึ่งเป็นโอเพ่นซอร์ส

"การบินไทยถือเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนมาใช้โอเพ่นซอร์ส ซึ่งในการเปลี่ยนเครื่องใหม่ของการบินไทยครั้งล่าสุดที่มีมูลค่า 10 กว่าล้านบาทนั้น ก็ใช้ซอฟต์แวร์ที่เป็นโอเพ่นซอร์สทั้งหมด"

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดทำระบบให้บริการคอลล์เซ็นเตอร์ เพื่อตอบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่น ออฟฟิศ ให้กับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือสวทช. จำนวน 2,500 คน โดยก่อนหน้านี้สวทช. ได้ดำเนินการเปลี่ยนระบบจัดการสำนักงานจากไมโครซอฟท์ออฟฟิศ มาเป็นโอเพ่นออฟฟิศ

ด้านนายดนุพล สยามวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอซ์ โซลูชั่น จำกัด ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส รายใหญ่ กล่าวว่า ผู้ประกอบการไทยเริ่มมีความเข้าใจรูปแบบการสร้างรายได้จากการทำธุรกิจบน ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมากขึ้น ภายหลังจากเห็นแนวทางที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ และมีประสบการณ์ในการให้บริการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สมาเป็นเวลา 2-3 ปี โดยขณะนี้ 80% ของผู้ประกอบการมุ่งไปยังการสร้างรายได้จากธุรกิจการให้บริการบนซอฟต์แวร์โอ เพ่นซอร์ส ซึ่งมากกว่าการพัฒนาระบบงาน หรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สขึ้นมาเองที่มีสัดส่วนเพียง 20% เท่านั้น

"ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเริ่มต้นเข้ามาให้บริการพัฒนาโอเพ่นซอร์สให้กับ ลูกค้าเป็นรายๆ เพื่อเป็นฐานในการขยายไปยังลูกค้ารายใหม่ หลังจากมีประสบการณ์ก็จะเริ่มปรับตัว โดยมีความเข้าใจความต้องการของตลาด และหาเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานเข้ามาพัฒนาเป็นโซลูชั่นเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ให้กับลูกค้า"

ทั้งนี้มองว่าธุรกิจโอเพ่นซอร์ส สามารถอยู่รอดได้แบบหยั่งยืน โดยตลาดยังมีการเติบโตขึ้นทุกปี แต่การเติบโตจะเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับตัวกระตุ้น ซึ่งหากมีตัวกระตุ้นการเติบโต และรัฐบาลมีนโยบายให้การสนับสนุน เชื่อว่าธุรกิจจะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดแน่นอน

นายดนุพล กล่าวอีกว่าปีนี้จะเห็นองค์กรระดับคอร์ปอเรต หรือขนาดกลางที่มีคอมพิวเตอร์ใช้งานประมาณ 100-300 เครื่อง ใช้งานโอเพ่นซอร์สมากขึ้น โดยใน 10 บริษัท อาจเห็นองค์กรที่ใช้ประมาณ 7-8 บริษัท จากช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาใน 10 บริษัทอาจเห็นใช้งานเพียง 2 บริษัทเท่านั้น ส่วนในระดับรากหญ้า หรือ เอสเอ็มอี ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก และถือเป็นตัวเร่งสำคัญให้ตลาดเติบโตที่สำคัญนั้น ที่ผ่านมายังมีการใช้ไอที และโอเพ่นซอร์สไม่มากนัก ซึ่งภาครัฐ น่าจะมีนโยบายการกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน โดยอาจเริ่มส่งเสริมการใช้งานซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส ตั้งแต่ระดับองค์กรบริการส่วนท้องถิ่น อาทิ องค์กรบริหารส่วนตำบล หรือจังหวัด ซึ่งมองว่าจะเป็นตัวช่วยในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับผู้ให้บริการใน ท้องถิ่น

ส่วนองค์กรขนาดใหญ่นั้น 2 ปีที่ผ่านมิองค์กรขนาดใหญ่มีการใช้ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สเพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่โครงการทดลองใช้งานบางส่วนในช่วงที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้ว ว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และองค์กรสามารถใช้โอเพ่นซอร์สกับระบบงานที่มีความสำคัญยิ่งยวดได้ นอกจากนี้ยังได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ