บก.ปอศ.ตะลึง พบซอฟต์แวร์เถื่อน 365เครื่องที่จ.อยุธยา

เข้าตรวจค้นโรงงานขนาดใหญ่ภายในจ.อยุธยา พบติดตั้งซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ลบสถิติเมื่อปี 2545 ที่มีจำนวน 300 เครื่อง...

เมื่อเร็วๆ นี้ พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ โฆษกของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในจ.อยุธยา ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยตรวจพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของบริษัทต่างๆ อาทิ อะโดบี ออโต้เดสค์ ไมโครซอฟท์ โซลิดเวิร์ค และไทยซอฟท์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์ ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์จำนวน 365 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท แม้ยังไม่มีตัวเลขเป็นทางการ แต่เชื่อว่าการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการตรวจค้นครั้งสำคัญเช่นเดียวกับเมื่อปี 2545 ที่เจ้าหน้าที่เคยตรวจพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์บนคอมพิวเตอร์กว่า 300 เครื่อง

"ในการตรวจค้นและจับกุมนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มุ่งจับหรือเจาะจงเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ เราสืบสวนบริษัททุกขนาดทุกประเภท จากเบาะแสหรือการร้องเรียนตามกฏหมายว่าบริษัทเหล่านั้นใช้ซอฟต์แวร์ละเมิด ลิขสิทธิ์ซึ่งฝ่าฝืนกฏหมาย ภายใต้หลักฐานการละเมิดกฏหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยบริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์ปราศจากลิขสิทธิ์หรือมีลิขสิทธิ์ไม่ครบถ้วน ก็อาจถูกเข้าตรวจค้นจับกุมได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ และดำเนินธุรกิจประเภทใดก็ตาม" พ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าว

นอกจากการตรวจค้นและจับกุม เจ้าหน้าที่ยังเร่งบังคับใช้กฏหมายเพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของผู้พัฒนา ซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อลดอัตราละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของประเทศไทย โดยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 75 ทั้งนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจค้นและจับกุมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ นอกจากบริษัทขนาดใหญ่ในจ.อยุธยา ยังมีโรงงานขนาดใหญ่อีก 7 แห่ง ทั้งนี้ กฎหมายลิขสิทธิ์ไทยระบุว่า ผู้บริหารของบริษัทที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ผู้รายงานการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ผ่านสายด่วน โทร.02-714-1010 หรือ www.stop.in.th มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุดถึง 250,000 บาท โดยข้อมูลของผู้รายงานจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ.