องค์กรธุรกิจละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

telecomjournal - กลุ่ม พันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ ได้ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะขององค์กรธุรกิจแต่ละแห่ง และพบว่าองค์กรธุรกิจที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น ดำเนินคดี ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นมา โดยเฉลี่ย เป็นองค์กรที่มีรายรับต่อปีสูงและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถที่จะซื้อซอฟต์แวร์แท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องมาใช้ในการ ดำเนินธุรกิจได้

จาก การศึกษาวิเคราะห์ยังพบว่า การลงทุนในซอฟต์แวร์แท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมายนั้น คิดเป็นเพียงร้อยละ 0.63 ของรายรับทั้งปี ขององค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้

ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจเหล่านี้แต่ละแห่ง มีรายรับเฉลี่ยต่อปี มากกว่า 480 ล้านบาท และมูลค่าของสินทรัพย์ที่แจงออกมา โดยเฉลี่ย มีสูงกว่า 267 ล้านบาท เทียบกับมูลค่าการลงทุนในซอฟต์แวร์แท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องโดยเฉลี่ย คือ 3 ล้านบาทต่อองค์กรธุรกิจแต่ละแห่ง

โดย วารุณี รัชตพัฒนากุล ผู้แทนและที่ปรึกษากลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอส เอ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ กำลังดำเนินธุรกิจในลักษณะที่ไม่เป็นธรรมกับคู่แข่งขันทางธุรกิจที่ใช้ ซอฟต์แวร์แท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องในอุตสาหกรรมเดียวกัน และเอาเปรียบลูกค้า เพราะองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ ต่ำ

“การ ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ข้อมูลทางธุรกิจของลูกค้า เผชิญกับความเสี่ยงจากความบกพร่องในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งอาจมาพร้อมกันกับการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์”

“ในเมื่อองค์กรธุรกิจที่ละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้สามารถรายงานผลประกอบการที่ดี โดยมีรายรับต่อปีเกือบ 500 ล้านบาท องค์กรธุรกิจเหล่านี้ก็น่าจะสามารถลงทุนในซอฟต์แท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องได้ แทนที่จะไปใช้ซอฟต์แวร์ที่เถื่อน หรือซื้อซอฟต์แวร์มาหนึ่งไลเซ็นส์ แต่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่อง”